ที่ผ่านมารอดมาได้อย่างไร???
posted on 29 Dec 2011 16:32 by pangpreaow in STORIESเอนทรี่ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่
ต่อเนื่องมาจากเอนทรี่ที่แล้ว
หลายๆคนอาจมีข้อสงสัยว่าอะไรทำให้เพรียวผ่านพ้นมาได้
ตั้งใจอ่านกันนะ เพราะสิ่งที่จะเขียนต่อไปนี้ คือหลักในการดำเนินชีวิตของเพรียว
1.เจียมตัว ไม่ว่าจะก่อนหน้าที่จะเป็นหนี้หรือตอนไหนๆ
เพรียวเจียมตัวเสมอ ไม่เคยคิดว่าตัวเองเป็นลูกเจ้าของบริษัทฯ
พนักงานทุกคน คือ พี่ น้อง และครอบครัว ใครมีปัญหาไม่สบายใจ
ประตูห้องเปิดต้อนรับเสมอ เพราะถ้าไม่มีพวกเค้า งานเราก็ไม่เดิน
ยิ่งกับเจ้าหนี้ยิ่งต้องเจียมตัวเข้าไปใหญ่ เค้าจะต่อว่าเรายังไงก็ต้องทน
2.ถึงจะไม่มีเงินแต่ไม่เคยปล่อยตัวให้โทรม
ถ้าเราร่าเริงแจ่มใสสร้างบรรยากาศให้ดีๆเข้าไว้ สิ่งดีๆจะเข้ามาหาเราเอง
ไม่ใช่ปล่อยตัวให้โทรมหน้าตาไม่แต่ง เสื้อผ้าไม่สนใจ
มีเงินน้อยใช่ว่าจะต้องปล่อยตัวเสมอไป ทำตัวให้ดีเข้าไว้ เพรียวไม่เคยใช้ของแพง
เสื้อผ้า ร้อยกว่าสองร้อย คือที่ใส่อยู่ประจำ เห็นหลายคนนะ
ทำตัวให้ดูโทรมปล่อยเนื้อปล่อยตัว เหมือนโลกจะแตกในไม่กี่นาทีข้างหน้า
เพื่อ??? ถ้าตัวเราเองยังไม่ใส่ใจตัวเองแล้วใครจะมาใส่ใจเรา
ยิ่งอดข้าวยิ่งไม่เคย บางคนเครียดจนทานไม่ได้ แต่ของเพรียวไม่
ทานได้เป็นปกติ จะอดไปทำไม ท้องหิวคิดอะไรไม่ออกหรอก
3.ไม่ทำตัวจน(น้ำใจ)ถึงเราจะมีปัญหา แต่คนอื่นเค้าก็มีปัญหาเช่นกัน
หากช่วยอะไรใครได้ ตามกำลังที่มีอยู่ในขณะนั้น เพรียวช่วยหมด
อันไหนเกินกำลังเราก็บอกไปตรงๆว่าเราทำได้แค่ไหน
ไม่ใช่ทำตัวเป็นฮีโร่แบกรับเรื่องชาวบ้าน ทั้งๆที่ตัวเองก็ใช่ว่าจะดี
ทำนอง "เตี่ยอุ้มค่อม" แบบนั้นไม่ทำ หรือจะทำใจดำไม่ช่วยทั้งๆที่เราช่วยได้ก็ไม่เคย
4.ไม่ ฟัง พูด ดู คิด ทำ สิ่งที่ทำให้เราไม่สบายใจ
อันนี้เคยเขียนบ่อยๆ แล้วทำแบบนี้จริงๆ ยิ่งข่าวนี่ไม่ต้องมาคุยกันเลย
ทั้งทีวี หนังสือพิมพ์ งดเสพย์ทุกทาง ใครเค้าจะทะเลาะกัน
กลับไม่กลับ เอาอยู่ไม่อยู่ ปล่อยเขาไปเถอะ โกรธไปก็เท่านั้น มีแต่จะบั่นทอนจิตใจเราเอง
คนที่เค้ามีสิทธิ์มีความรู้มากกว่าเราเค้ายังทำอะไรไม่ได้
เราคนหาเช้ากินค่ำ สนใจเรื่องดีงามดีกว่า
ใครเล่าเรื่องไม่ดีก็ขอไม่ฟังนะ โกรธก็โกรธไปชั้นสบายใจมากกว่าที่จะไม่ฟัง
พูด คิด ทำ อันนี้บางทีทำยาก แต่ถ้ามีสติอยู่กับตัวมากพอ
ทำได้แล้วยิ่งสบายใจ คิดแต่แง่บวก ว่าเราจะต้องรอด จะต้องผ่านไปได้
ยอมรับว่าบางเรื่องที่เข้ามา บางครั้งทำให้แกว่งไปบ้างพอสมควร
แต่พอสติกลับคืนมา เราเครียดไปแล้วได้อะไร ปัญหาก็ไม่คลี่คลาย
ค่อยๆคิดค่อยๆหาวิธี เดี๋ยวแสงสว่างก็มา เคยเครียดเรื่องคุณสามี
ที่เครียดจนทานไม่ลงน้ำหนักหายไปเกือบ 10 กิโล ปลอบก็แล้ว
ขู่ก็แล้ว แต่เจ้าตัวปล่อยวางไม่ได้ เราก็ต้องถอยห่างออกมา
แล้วเลิกเครียดไปกับเค้า ทำอาหารให้ทานตามปกติ ทานไม่ทานตามใจ
ตัวของคุณ ของแบบนี้บังคับกันไม่ได้ เราคือเรา เค้าคือเค้า
จะมาคิดเหมือนกันเป็นไปไม่ได้ แต่ได้บอกขอโทษกับเค้านะ
ว่าถ้าไม่อยู่กับเราเค้าคงไม่เป็นแบบนี้
ป.ล.ตอนนี้น้ำหนักคุณสามีขึ้นมา 5 โลแล้ว
5.ปัญหามาปัญญาเกิด ต้องมีสติ
เวลามีปัญหา สูดลมหายใจเข้าลึกๆแล้วค่อยผ่อนออกมา ทำ 3-4 ครั้งจะรู้สึกดีขึ้น
เห็นหลายๆคนกลุ้ม เครียด หาทางออกไม่ได้ ยิ่งจมอยู่กับมัน
สภาพจิตใจยิ่งแย่ ทำวนเวียนอยู่อย่างนั้น จนบางคนคิดสั้นก็มี
ปัญหาทุกปัญหามีทางออกเสมอ อย่างน้อยทางเข้า 1 ทางนั่นแหละ
ถ้าหาทางออกไม่ได้ก็กลับมันทางเก่าซะก็จบ
ส่วนใหญ่เวลามีเรื่องเข้ามา วูบแรกมีบ้างที่เครียดถ้าเรื่องหนักๆ
จะบอกว่าไม่เครียดเลยก็กระไรอยู่ แต่เราต้องออกมาจากตรงนั้น
แล้วกลับมาดูที่ปัญหาว่าเกิดจากอะไร เหมือนแก้ปมเชือก
ต้องค่อยๆแก้ ค่อยๆแกะ แต่ถ้าปมไหนแน่นเกินที่จะแกะได้ ก็ตัดมันซะ
แล้วต่อเชือกใหม่ ไม่เห็นยาก อาจเสียเวลาไปบ้าง แต่ยังดีกว่าไม่ได้ทำอะไร
6.มองโลกในแง่ดี คิดบวก ตลกไว้ก่อน หัวเราะคือยาบำรุงหัวใจ
เบื่อ เซ็ง ท้อเข้ามาในหัวได้แต่ต้องไล่ไปให้เร็วที่สุด
เวลามีปัญหา มองให้ขำไว้ก่อน คนอื่นเป็นยังไงเพรียวไม่รู้นะ
แต่เพรียวสามารถทำปัญหาให้เป็นเรื่องขำๆแล้วหัวเราะกับมันได้
จากนั้นเราจะเห็นแสงสว่าง เห็นทางแก้ บางเรื่องหัวเราะทั้งน้ำตาก็มี
แต่มันก็ผ่านมาได้ เราต้องมีพลังคิดบวกเป็นทุนเดิมไว้ก่อน
จากนั้นเรื่องตลกและเสียงหัวเราะจะตามมา
7.พระดังแค่ไหนก็ไม่สน พระที่ให้กำเนิดเรามีสองคนคือพ่อและแม่แน่กว่า
บ้านเพรียวไม่เข้มงวดกับการเคารพ น้อยครั้งที่เพรียวจะไหว้ EBO(พ่อ) หรือแม่
เราไม่เน้นการแสดงออกถึงความรักจากการสัมผัสร่างกาย การกอดกันสำหรับ
เพรียวกับ EBO และแม่ถือเป็นเรื่องแปลก (แต่กับสามีและลูกๆไม่แปลกนะ)
แต่สิ่งที่เพรียวทำให้ EBO กับ แม่ได้ คือให้สิ่งที่ดีที่สุดเท่าที่กำลังเราจะมี
เวลาให้ EBO อาจไม่เยอะเหมือนอยู่กับแม่ เพราะอยู่กันคนละบ้าน
แต่ทุกวันอาทิตย์ต้องไปหา ระหว่างอาทิตย์ต้องโทรไปคุย
(ส่วนใหญ่ EBO จะโทรมาสั่งกับข้าว แล้วเม้าท์มอยกันยาวประสาพ่อลูก)
เจ็บป่วยไม่สบาย ต้องพร้อม 24 ชั่วโมง งานยุ่งแค่ไหนไม่สำคัญเท่าพ่อกับแม่
8.ไม่ทำร้ายความรู้สึกใครด้วยคำพูด
ถ้าไม่เกลียดคนๆนั้นจริงๆจะไม่ทำเลย
คำพูดเป็นนายเรา พูดไปแล้วแก้คืนไม่ได้ ยิ่งถ้าเป็นคำพูดที่ทำร้ายจิตใจกันยิ่งไม่ควร
และสุดท้าย "ชีวิตนี้สั้นนัก อย่าทำให้คนที่เรารัก เสียใจ"
ก่อนเพรียวจะมีเจ้าณัท เพรียวเคยฆ่าตัวตาย แต่ไม่สำเร็จ
ไม่งั้นคงไม่ได้มาเล่าให้อ่านกันหรอก
จำได้ตอนที่ลืมตาขึ้นมาเห็นทั้ง EBO และแม่ อยู่ข้างเตียง
มีแค่ 2 คนในโลกนี้แหละที่รักเราอย่างแท้จริง
ไม่ถามซักคำว่าทำไปทำไม คำแรกที่ได้ยินคือ "ฟื้นแล้วเหรอลูก ที่แล้วให้มันแล้วไปนะ"
ไม่ต่อว่า ไม่ดุ ไม่โกรธ จากนั้นมาทำให้ EBO กับแม่เสียใจอีกหลายครั้ง
จนเรื่องสุดท้ายคือมีเจ้าณัทก่อนวัยอันควร (เรื่องของเจ้าณัท ห่างกันเกือบ 15 ปี แล้วไง )
จากนั้นมาก็ "พยายาม" ไม่ทำให้ EBO และแม่เสียใจอีก
จนอายุมากขึ้นก็ไม่ทำให้เสียใจอีกเลย ทำอะไรให้ได้ทำหมด
เหมือนเป็นการชดเชยในสิ่งที่พลาดไปในอดีต
กับคนรอบข้างก็เช่นกัน ทั้งสามี ลูกๆ คุณนาย หลานๆ
ทำอะไรให้ได้ทำให้หมด คนเราจะตายวันตายพรุ่งก็ไม่รู้
ทำดีให้กันในทุกๆวัน เพื่อที่ว่า วันใดฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดต้องจากไปอย่างไม่มีวันกลับ
เราจะได้ไม่เสียใจว่ายังไม่ได้ทำสิ่งดีๆให้กัน
สุดท้ายจริงๆ กำลังใจจากเพื่อนๆพี่ๆน้องๆ
สิ่งนี้สำคัญมากๆ แม้จะเพิ่งรู้จักกันไม่นาน แต่กำลังใจจากทุกท่าน
ช่วยให้เพรียวผ่านพ้นมาได้ ขอบคุณที่รู้จักกันค่ะ
ใกล้สิ้นปี และ จะปีใหม่แล้ว
ขอให้ทุกท่านมีความสุขกับทุกสิ่งที่ทำ
สุขภาพกายใจแข็งแรง ทุกข์โศกอย่าได้กล้ำกราย
คิดหวังสิ่งใดสมมาตรปรารถนา
ตลอดปีและตลอดไปค่ะ
พังเพรียว 
