คำเตือน เป็นเรื่องจริงที่เขียนเพื่อความบันเทิง อย่าซีเรียส!!!
 
 
 
 
ได้รับคำสั่งว่าให้เตรียมตัวเดินทางวันที่ 8 พย. กลับ 12 พย.
 
เก็บเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋า   ลาแล้วหนาบ้านเก่า ล้อหมุนเวลา ตีห้าของวันพฤหัสที่ 8
 
ถึงที่หมายสบายผิดกัน(เมื่อยตูดสุดๆ) ณ หาดใหญ่ สงขลาเวลาประมาณบ่ายสองโมงครึ่ง
 
ติดต่อกับผู้ประสานงานได้ความว่าให้ไปรอที่ด่านสะเดา เนื่องจากทีมไปกัน 2 คัน 8 คน
 
เพรียวอยู่ในรถคันแรกซึ่งไปถึงก่อน แน่นอนอยู่แล้วต้องรอต่อไป
 
จากที่สายรายงานมา ไม่ใช่แระ จากที่ได้รับคำสั่งคือให้ไปแนะนำและขายสินค้าที่ อ.สะเดา จ.สงขลา
 
มาเจอเซอร์ไพรซ์จากผู้ประสานงานว่าจะต้องเดินทางเข้าไปในมาเลเซีย(ปีนัง)
 
ถามมาได้ว่าเอาพาสปอร์ตกันมาหรือเปล่า คำตอบที่ตอบออกไปคือ
 
"ไม่มีใครมีค่ะ เพราะไม่ทราบว่าต้องไปมาเลย์ แต่ถึงทราบก็คงไม่ทัน เพราะเพิ่งรู้เมื่อวานว่าต้องมา"
 
ผู้ประสานงานบอกไม่เป็นไร งั้นทำ บอร์ดเดอร์พาส ก็ได้
 
แต่ขณะที่บอกเป็นเวลา ห้าโมงเย็นแล้ว ระหว่างนั้นรถคันที่ 2 ก็มาถึง
 
สรุปแล้วทั้งทีมต้องค้างคืนที่หาดใหญ่ 1 คืน เพื่อที่แต่เช้าจะได้รีบเดินทางไปทำบอร์ดเดอร์พาสที่สตูล
 
(ทางผู้ประสานงานบอกว่าทำที่สะเดาไม่สะดวก แต่ถ้าเป็นที่สตูลจัดเต็มเพราะมีเส้นสายอยู่ที่นั่น)
 
ส่วนสินค้าที่นำไปขายทางผู้ประสานงานได้นำรถไปขนถ่ายเรียบร้อยเพื่อนำเข้ามาเลเซีย
 
งานแรกเข้ายังไม่ทันจะหาย งานที่สองก็ตามมา หลังจากเข้าพักที่โรงแรม
 
เข้าห้องปุ๊บ ไฟห้องน้ำดับ แอร์ไม่ติดครับพี่น้อง เปลี่ยนห้อง 2 ครั้งถึงจะได้ห้องที่นอนได้
 
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น ทั้งขบวนขับตามกันไป แวะฝากรถไว้ที่ สน.แห่งหนึ่งของสตูล
 
เพราะทางผู้ประสานงานเหมารถตู้มารับ เพื่อความสะดวกในการเดินทางเป็นหมู่คณะ
 
8 โมงเช้าพวกเราไปถึงที่ว่าการอำเภอสตูล รอกว่าเจ้าหน้าที่จะมา 8 โมงครึ่ง
 
มาถึงมีการบอกว่าเครื่องคอมพ์มันเก่าใช้เวลาเปิดช้า นี่ถ้ามาตอนบ่ายแป๊บเดียวก็ได้แล้ว (เหรอ???)
 
 
    
 
 
กว่าจะรอเครื่องทำงาน สมาชิกที่ไม่มีพาสปอร์ตทั้งหมด 5 คน กว่าจะทำบอร์ดเดอร์พาสเสร็จ
 
ปาเข้าไป 10 โมงกว่า (นี่ขนาดมีเส้นนสายนะ)ระหว่างรอ หนึ่งในทีมงานได้พบร้านที่พวกเราจะทานมื้อเช้าได้
 
พอทำบอร์ดเดอร์พาสเสร็จ พวกเราจึงรีบไปทานข้าวตุนไว้ก่อน เพราะไม่รู้ว่าหนทางข้างหน้าจะเป็นเช่นไร
 
ออกเดินทางเพื่อไปผ่านด่านที่ชายแดน
 
 
 
 
    
 
 
     แถ่น  แถ๊นนนนนนนนนนนน!!!!  มาถึงแล้วมาเล๊ย์ มาเลย์ ด่าน ที่คนไทยเรียกว่า ปะริด
 
มาถึงนี่ประมาณ 11 โมงบ้านเรา เวลาเร็วกว่าไทย 1 ชั่วโมง
 
 
 
 
    
 
 
     ผู้ประสานงานบอกว่าเดินทางเข้ามาเลย์ประมาณ 200 กิโลเมตร เอาวะเป็นไงเป็นกัน
 
200 โล 2 ชั่วโมงก็ถึง แม่จ้าว!! เดินทางจากด่าน 11 โมง กว่าจะถึงบริเวณจัดงานปาเข้าไป 4 โมง
 
อ้อ!!  ลืมบอกไป เค้าบอกว่างานที่จัดเป็นงาน "EXPO" เชียวนา ในใจคิดว่า ดีจังวุ๊ย
 
งานไฮโซว EXPO อย่างน้อยต้องน้องๆ ไบเทคหล่ะวะ มีแอร์แล้วเว่ยเฮ้ย
 
ไม่ต้องยืนขายของร้อนๆเหมือนงานที่ผ่านๆมา แล้วมีรัฐมนตรีไปเปิดงานด้วย
 
เปิดงานวันที่ไปนั่นแหละ เวลาเปิดงาน บ่ายสามโมง แต่เพรียวไปถึง สี่โมงเย็น
 
Oh  No  !!!!   ท่านประธานจะรออิชั้นมั๊ยเนี่ย
 
 
 
           
 
 
 EXPO  จริงๆนะ ไม่ได้โม้
 
พอไปถึงเจอผู้ประสานงาน ได้รับแจ้ง(อีกแล้ว)ว่าท่านรัฐมนตรีไม่ว่าง
 
เลื่อนมาเปิดพรุ่งนี้ (ศุกร์ที่ 9 พย.) มีงี๊ด้วย Laughing
 
เห็นสภาพสินค้าที่ทางนี้จัดให้แล้วจะร้องไห้ ยับเยินๆ  แถมไฟฟ้าก็ขัดข้อง
 
ติดๆดับๆ ยิ่งทำให้สินค้าเสียหายเข้าไปใหญ่  จัดของเสร็จเกือบ 6 โมง
 
เดินทางเข้าตัวเมืองปีนัง เพื่อเข้าพักที่โรงแรม ซึ่งเป็นโรงแรมแบบว่าโรงแรมน่ะ
 
เคยไปพักแต่แบบ ห้องน้ำเวลาอาบน้ำเปียกตั้งแต่ชักโครกยันประตูห้องน้ำ
 
มีครั้งนี้แหละที่ประทับใจกับที่พัก แถมราคารวมมื้อเช้าด้วยยิ่งสะดวกสบายใหญ่
 
แต่ไม่บอกหรอกนะว่าพักที่ไหน เพราะพนักงานที่นี่หน้าบูดเป็นตูดลิงมากๆ จ้างให้ก็ไม่เชียร์ เชอะ!
 
 
 
      
 
นี่แหละค่ะงาน EXPO ที่เค้าบอก งาน โอทอป บ้านอิชั้นยังดีกว่านี้เลย
 
แถมฝนก็ตกได้ทุกบ่าย ตกยันเย็นกว่าจะหยุด
 
 
       
 
 
ย้ำ !!!!   EXPO  จริง จริ๊งงงงงงงงงงงง  ให้ผู้ประสานงานตายสิเอ้า
 
 
       
 
 
ใครอยากไปยกมือขึ้น งานมีถึงวันที่ 17  ยังไปกันทันนะ
 
วันศุกร์รอรถมารับ นัดกันไว้ 8 โมงครึ่ง รถมาเอานู่นนนนนนน   เกือบ 11  โมง
 
เอาวะ ยังทันต้อนรับท่านรัฐมนตรีน่า อีกแล้วครับท่าน ผู้ประสานงานบอกเลื่อนอีกแล้ว
 
(ตูไม่สนแล้วว่าใครจะมาเปิด) ภาษาที่ที่นี่ใช้ภาษา มาลายู กับอังกฤษ(นิดหน่อยแถมฟังไม่รู้เรื่องด้วย)
 
การซื้ออาหารและน้ำดื่มจึงต้องใช้ความสามารถกันสุดๆ (ทางนี้ไม่มีใคร (หมายถึงผู้ประสานงาน)  
 
ต้องใช้คำว่า "มีน้ำใจ"  อย่างน้อยสอนเราซะหน่อยก็ได้ว่า น้ำซื้อที่ไหน ซื้อข้าวพูดยังไง
 
นี่ไม่มีเลย ทุกอย่างต้องทำเองหมด แลกเงินยังหาแลกเองเลย ) เอาวะ เป็นไงเป็นกัน
 
เรื่องกินเรื่องใหญ่ซะด้วย
 
 
       
 
 
มาชี้ที่นี่ก่อนเลย แก้วละ 1 ริงกิต หรือประมาณ 10 บาท น้ำที่นี่รสชาติหวานจืดๆเหมือนกันหมด
 
ต่างแค่สีและกลิ่น
 
 
 
        
 
 
 
"ชากวยเตี๊ยว" หรือ ก๋วยเตี๋ยวผัด  จานนี้ 6 ริงกิต เป็นเมนู special เพราะมีไข่ดาวโปะ
 
ซื้อทานแต่ร้านนี้ จนเดินผ่านหรือเจอคนขายที่ไรเป็นต้องตะโกนถามว่า special???
 
 
 
       
 
 
 
 "นาซีโกเร็ง อูดัง"  หรือ ข้าวผัดกุ้ง ถ้าไม่มีไข่ 5 ริงกิต มีไข่ 5.5 ริงกิต
 
เมนูนี้เพรียวทานทุกวัน เป็นข้าวผัด ใส่กุ้งทั้งตัว ย้ำ!!! กุ้งทั้งตัว กล้าให้
 
ก็กล้ากิน(วะ) เคี้ยวแม่มทั้งตัวเช่นกัน ใส่พริกขี้หนูบุบมาทั้งเม็ด ประมาณ 6-7 เม็ด
 
รสชาติ พอแหล่กกกกก ล่ายยยยยยยยยยย
 
 
         
 
 
"บีฮุ่น ซุป" หรือ เส้นหมี่น้ำ เลือกเอาว่าจะไก่หรือเนื้อ เพรียวไม่ทานไก่เลยสั่งเนื้อ
 
ชามเดียว 3  คำหมด  4  ริงกิต แพง อิ๊บอ๋าย นึกในใจ อย่าให้กรูมาเปิดร้านที่นี่นะ
 
รวยเละ!!!
 
 
      วันอาทิตย์ตอนบ่ายๆ ผู้ประสานงานมาบอกลา ว่าขอตัวเพราะต้องไปเตรียมตัว
 
งานอะไรซักอย่าง (ทุกวันที่ผ่านมาก็ใช่ว่าจะสนใจมาดูแลพวกเราซะเท่าไหร่)
 
แล้วก็จากไป พอเวลาค่ำพวกเราจะกลับที่พักเพราะต้องเดินทางกลับไทยในวันรุ่งขึ้น
 
ติดต่อใครไม่ได้เลย ทั้งรถที่จะมารับกลับโรงแรมและผู้ประสานงาน รออยู่จนเกือบสามทุ่ม
 
รถถึงมา แถมรถที่จะพากลับไทยต้องติดต่อกันเอง จ่ายค่ารถเอง ประทับใจจริงๆ
 
 
         
 
 
ปลาเค็ม ฟรี เนื่องจากร้านขายผลไม้ใกล้กัน ภรรยาเป็นคนไทย เอามาให้ทาน
 
น้ำใจคนไทยนี่สุดยอดจริงๆ ยกเว้น.............. รู้กันนะว่าใคร อย่าๆๆๆ อย่าตอบเดี๋ยวของขึ้น
 
ก็ขายๆเชียร์ๆกันไป ไม่ซีเรียสอะไร คิดซะว่ามาเอาประสบการณ์แต่ให้ไปอีกคงไม่เอา
 
ตื่นเช้านอนดึก ทำเอาระบบร่างกายรวนไปหมด วันจันทร์ ในที่สุดก็ได้กลับบ้าน
 
 
         
 
 
   แหม ชื่อด่าน น่าจะเปลี่ยนจาก น.หนู เป็น ร.เรือนะ  กลับถึงบ้านอย่างปลอดภัยและสวัสดิภาพ
 
นี่แหละจ้ะที่เพรียวไปประสบมา Embarassed
 
สรุป การเดินทางในครั้งนี้ทำให้ได้รู้อะไรหลายๆอย่างจากมนุษย์
 
ทั้งความมีน้ำใจและความเห็นแก่ตัว สนุกขำๆถ้าเรามองให้เป็นแบบนั้น
 
ชีวิตจะตายวันตายพรุ่งไม่รู้ อย่าซีเรียสกับมันมากนัก โลกนี้ยังน่าอยู่อีกเยอะ
 
มองอะไรให้ยิ้มได้ดีกว่า
 
 
จนกว่าจะพบกันใหม่
 
 
ขอบคุณ 
 
 
พังเพรียว ^^
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet

ฮาด่านควนโดน >_<Hot! Hot!

#12 By ' I'm E29AZA ' on 2012-11-18 10:46

อ่านให้สนุกก็สนุก แต่ก็แอบซีเรียสค่ะ
ดีใจค่ะที่พี่กลับมาอย่างปลอดภัย ^^
Hot! Hot! Hot! Hot!

#11 By Nicky on 2012-11-16 18:00

อยากลองไปมาเลย์บ้างเหมือนกันค่ะ...
ไว้จะหาโอกาสไปบ้าง..
การเดินทางให้ประสบการณ์แปลกใหม่เสมอ...
ทำให้เรายิ่งรักบ้่านตัวเองด้วยค่ะ... 
 
ป.ล. ไม่พลาดนำอาหารมาให้ชมอีกด้วย big smile
อ่านจบแล้ว ความรู้สึกเกินบรรยายจริง ๆ
แต่ยังไงก็ผ่านมาได้แล้วอะเนอะ Hot! big smile
พูดไปสองไพเบี้ย
ปีนี้พี่เจอไปหลายเรื่อง หลายคน
เลยแบบสบาย ๆ ไม่ร้อนรนไปกับความผิดพลาด
หรืออารมณ์ของใครอีก
ที่ผิดก็แก้ไขกันไป
อารมณ์ใครเสียก็เรื่องของม-รึ-ง เอิ๊ก ๆ question

#9 By Mrs. Holmes on 2012-11-14 16:06

เห็นด้วยกับพี่เพรียวอย่างแรง เรื่องเวลาเราไปต่างแดนเจอคนมากหน้าหลายตา
จะทำให้เรารู้นิสัยของคนที่เดินทางร่วมไปด้วย (มากขึ้น) และคนภายนอกที่พบเจอจริงๆ
ชีวิตก็เท่านั้น เหนื่อยแย่เลยนะค่ะ
ไปท่องเทียวช่วงเดียวกันเลย บังเิอิญจริงๆ

#8 By finch on 2012-11-14 09:59

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!
ถือว่าเจออาหารแปลกๆ
บ้านเราดีที่สุดค่ะ...จริงๆค่ะcry

#7 By finch on 2012-11-14 09:51

กอดๆๆ ขวัญเอ๊ย ขวัญมานะที่รัก ผอมแย่เลยcry Hot!

#6 By pigton on 2012-11-14 09:22

big smile confused smile confused smile Hot! Hot! Hot!
ท่าทางสมบุกสมบันมากกกนะจ๊ะ 
อาหารที่ไหน ก็ไม่มีเหมือนบ้านเราแล้วเนอะ
คิดถึงจ้าาา

#5 By rain drop hill on 2012-11-14 05:12

กลับมาแล้ว...
มามะๆ มาสู่อ้อมอก อ้อมใจอาหารดีกว่า
อ่านเรื่องพี่เพรียวจบทำให้รู้ว่า...
จะไม่ไปไหนทั้งนั้น อยู่ไทยแลนด์สบ๊าย...สบายที่ซู๊ดด 
confused smile Hot!
ไปมาเลมา 3 รอบ รักเมืองไทยเพิ่มขึ้นก็ตอนกินข้าวนี่หล่ะ
เหนื่อยแย่เลยนะน้องเพรียว แต่คงสนุกดีเนาะ

#3 By โต๊ะคิ้งส์ on 2012-11-13 23:10

ที่นี่ ยังมีอะไรกินเหมือนเดิม..............sad smile

#2 By Live a Live on 2012-11-13 22:44

อ่านจบแล้ว..รู้สึกดีใจที่ได้เกิดเป็นคนไทย อยู่ประเทศไทย และ รักเมืองไทย บ้านเกิด เมืองนอนเรา อีกร้อยเท่าพันเท่าเลย ค่ะ
สุดโหด กับการเดินทาง.. แต่ก็คุ้มค่ากับประสบการณ์ จริงๆ นะ..
ในระหว่างการเดินทาง ต้องมีเรื่อง สนุกๆ ยิ้มๆ ขำๆ บ้างละเนอะ..
ถือซะว่าไปเที่ยว ละกัน จ้ะ big smile Hot!